เราต่างมีลูเซิร์นที่น่าอิจฉา

คัดลอกมาจากบันทึกส่วนตัวซึ่งบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ บวกประสบการณ์การจีบสาวในชีวิตตอนวัยเรียนมหาวิทยาลัย  (อยากจะขำคนแก่มารำลึกอดีตก็ได้นะ แต่ขำกันในใจได้ป่ะ..)

พ.ย. 2542

โจ้และผม เป็นเพื่อนรักกัน เราเรียนคณะเดียวกัน ไปใหนมาใหนด้วยกันตลอดปี 1  โจ้เป็นหนุ่มหน้าตี๋  ปกติแค่ดีกรีการเป็นตี๋จากกรุงเทพมาเรียนมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ถือว่ามีคะแนนขาวสูงเป็นต้นทุน  ซึ่งหากเป็นคนอื่นก็คงใช้คะแนนดังกล่าวต่อยอดสอยหญิงตามอัธยาศัยไม่เว้นว่าง

แต่โจ้ไม่ เท่าที่ได้รู้จักกันปี 1 ผมไม่เคยเห็นโจ้คุยแซวหรือถามเรื่องผู้หญิง  ผมเองแรก ๆ ก็ไม่ค่อยอยากรู้ลึก  แต่มาทราบภายหลังตอนแอบไปเห็นหนังสือรุ่นของมัน  แล้วแอบเห็นฉายาที่เพื่อนโรงเรียนมัธยมตั้งให้มันคือ...

"หนุ่มหน้าใสใจปลาซิว ตัวสั่นเมื่อเจอสาว ๆ"    โจ้และผมจึงถูกจัดเป็นคู่หูขี้อายระดับล่าง คือทั้งอายทั้งขี้ขลาดเรื่องผู้หญิงเสียจนน่ารำคาญ

 ส่วนผมน่ะเหรอ  เรื่องทั่วไปอายไม่เป็น แต่เรื่องสาวก็ปลาซิวพอ ๆ กัน คือขี้อายจนน่าเกลียดน่ารำคาญพอกัน และสิ่งที่เราทำให้กันและกันได้ เพื่อลบปมด้อยเรื่องนี้ตลอดเวลาที่คบกันคือ   “แกล้งกัน”

โจ้และผมผ่านปี 1 มาได้โดยไร้ซึ่งประสบการณ์การมีคู่ (ถ้าไม่นับกันเอง)   ทั่วไปช่วงชีวิตปี 1 ใคร ๆ ก็รู้ว่าเวลาว่างน้อยมาก  ใหนจะเข้าเชียร์ ใหนจะกีฬาเฟรชชี่ ใหนจะวิชาพื้นฐานของคณะ (พวกวิชา.... เบื้องต้น ตั้งหลาย) ใหนจะวิชาพื้นฐานปี 1 ซึ่งเกลียดมาก หนีมาทั้งชีวิตเพื่อมาคณะนี้ แล้วเผือกต้องมาเจอในปีนี้เลย (เช่นวิชา ฟิสิกส์ คณิต แคลคูลัส ทั้งหลาย)

อย่าว่าแต่จีบเลย ออกจากกลุ่มก้อนพวกคณะเดียวกันสักแป๊บยังไม่ค่อยจะมีเวลา

ทีนี้พอขึ้นปี 2 เริ่มเห็นรุ่นน้องใหม่ใสสาวขาวโบ๊ะน่ารัก ๆ มากันตรึม   ไงล่ะ  รุ่นพี่ก็เปิดฝาหม้อเข้ากอบโกยจับจองกันน่ะสิครับ  ผมกับโจ้ ก็มองตากันปริบ ๆ พึมพัมใส่กันทางโทรจิตว่า  "นี่ก็เป็นเวลาสมควรแล้ว ไม่ฉันหรือแก ต้องมีใครเปิดทางหาแฟนนำร่องไปได้เสียที"  เราเลยตกลงกันว่า เอาวะ  เทอมนี้ เราจะต้องหาแฟนให้ได้บ้าง โดยเริ่มจากโจ้ก่อน เพราะโจ้มีต้นทุนที่ดีกว่า  และเผื่อว่าโจ้ทำไม่สำเร็จ ผมจะได้เข้าเสียบโดยใช้ประสบการณ์จากโจ้เป็นแนวทาง

วันหนึ่ง โจ้กระหืดกระหอบมาหาผมที่หอแล้วบอกว่า  "กูเจอแล้ว กูเจอแล้ว"

ผม           "ใครวะ"

โจ้            "คนที่กูจะจีบ"  อารมณ์มันตื่นเต้นสุด ๆ แม้พยายามลดเสียงไม่ให้รูมเมทผมได้ยิน แต่ก็ยังดังไปสามสี่ชั้นด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือ

อืม... ที่เค้าเรียก ติดสัด  มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

โจ้            "ขาว ๆ  ตัวเล็ก ผมสั้น ตาคม ๆ "

ผม           "เออ ๆ เจอที่ใหนวะ "

โจ้            "โรงกลาง"

ผม           "อืม.. หอเค้าล่ะ"

โจ้            "ไม่รู้ไม่ได้ตาม เค้าซ้อนมอไซค์เพื่อนไป กูวิ่งตามไม่ทัน"

ผม           "ออไม่เป็นไร  งั้นมาหาเบาะแสกัน "    ผมคิดว่า ถ้าสวยใสน่ารักระดับโจ้ให้เกรด A มันก็น่าจะมีคนรู้จักมาก และอาจมากขนาดโลกกลมพรหมลิขิตรู้จักคนที่เราอาจจะรู้จักบ้างก็ได้

ผม           "อีกทีนะ รูปพรรณสันฐาน"

โจ้            "ขาว ๆ  ตัวเล็ก ผมสั้น ตาคม ๆ "

ผม           "แล้วไงต่อ"

โจ้            "อึ่ม.. ไม่มีแล้ว รู้แค่นั้น"

ผม           "ไอ้สสัดหนอน....เห้ย แค่นี้มันจะไปพอสืบเสาะหาได้ไงวะ  มึงต้องนึกให้ออกว่าคณะอะไร เรียนแถวใหน วิชาอะไร หอใหน “   ผมก็ให้คำแนะนำเพื่อนไปอย่างกับเป็นคาสโนว่าผู้เชี่ยวชาญการสืบเสาะหญิงเป้าหมาย

เจรจาหาทางออกกันซักพักเราก็ได้ไอเดียว่า ไปถามจั่ว (เพื่อนอีกคน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ ) ดีกว่า แต่ตอนนั้นผมไปด้วยไม่ได้ เพราะไม่ว่าง แล้วโจ้ก็ไป  วันต่อมา โจ้กลับมา..แบบ..ยิ้มกริ่ม

โจ้            "กูรู้แล้ว ว่าเค้าเป็นใคร"

ผม           "อืม บอกมา ไปรู้ได้ยังไง"

โจ้            "กูเอารูปพรรณสัณฐานไปบอกจั่ว  จั่วแม่งฟันธงเลยว่าเป็นคนนี้"

ผม           "ขาวเล็กสั้นคม.. แค่เนี๊ยระบุตัวได้ทันทีเลยเรอะ .. จั่วแม่งเจ๋งว่ะ"

โจ้            "อืม ชื่อลูเซิร์น “ (ใส่รอการันต์ไปให้แบบว่า มีกลิ่นอายตะวันตกหลอกตัวเองอย่างกาก ๆ )

ผม           "ไงต่อ"

โจ้            "คณะเทคโน ปี 2 เมื่อก่อนอยู่หอ25 ตอนนี้ไปอยู่หอนอก คอนโดพิมาน"

สิ้นคำว่าคอนโดพิมาน ผมตีมือลั่นเลย

ผม           "เจ๋งมาก.. มึงตกหลุมรักไฮโซ"  คือพิมานเนี่ย เป็นคอนโดคุณหนูไฮโซ และเป็นแหล่งที่เราไม่เคยได้ไปเหยียบ

โจ้            "นั่นแหละที่กูกลัว"   คาสโนโจ้ กำลังกลับเข้าโหมดปลาซิว ผมต้องฉุดมันกลับมาก่อน

ผม           "เฮ้ย อย่ากลัวไปดิ  ก็แค่ครอบครัวเค้ารวย  จิตใจเค้าไม่ได้รวยไปด้วยยึดติดกันเรื่องแบบนี้หรอก " ก็ให้คำแนะนำไปแบบ งง ๆ

โจ้            "มันจะเหมาะเหรอวะ"

ผม           "มึงอย่าไปคิดแทน    คืองี้นะ ผู้ชายคณะเราเนี่ย เบอร์แรก ๆ ที่จะไปจีบเท่าที่เห็น ไม่แพทย์ก็เภสัชเลย  ที่เหลือกลาง ๆ เบอร์รอง ๆ เนี่ย ส่วนใหญ่จะไม่เน้นคณะ จะเน้นหน้าตาดี มึงเองก็หน้าตาดี กลัวอะไร"

โจ้            "อ่ะ มึงพูดต่อ กูชอบว่ะ"

ผม           "ก็จีบเลย ลุยเลย ให้เค้ารู้จักมึงที่จิตใจ รักมึงที่จิตใจ รวบหัวรวบหาง เดี๋ยวพอเรียนจบครอบครัวเค้าจับได้   เค้าก็ต้องยอมเพราะลูกเค้ารักกับมึงไปแล้ว"

โจ้            "เหมือนมันจะชั่วๆ  ไงไม่รู้ว่ะ"

ผมกับโจ้ละทิ้งการงานการบ้าน มานั่งคิดวางแผน ซึ่งแหม ไอ้อ่อนสองตัวมันจะคิดแผนอะไรได้ ประสบการณ์เป็นศูนย์ บทเรียนไม่เคยมี ครั้นละลอกแบบที่ชาวบ้านจีบกัน  ก็ไม่กล้าเสียทุกที   ผมเลยปล่อยให้มันคิดวิธีของมันเอง แล้วค่อยมาช่วยตอนจะลงมือ

สองสามสัปดาห์ต่อมา มันกลับมาหาผม พร้อมยิ้มกริ่ม  และนี่คือวิธีที่มันเสนอผมมา

โจ้            "กูจะทำตุ๊กตาไปให้เค้า อาทิตย์ละตัว"    หมายถึงเอาอุปกรณ์การเรียน มาตัดแปะเป็นโมเดลตุ๊กตา แล้วแอบเอาไปแขวนหน้าห้องในคอนโดเขา    "เสร็จแล้วพอครอบเดือน กูจะส่งจดหมายไปขอ "เดท"..  ผมเห็นด้วยกับขั้นตอนสองอันนี้ แม้จะรู้สึกทะแม่ง ๆ

ผม           "แล้วไงต่อ"

โจ้            " ถ้าเค้าเปิดรับกู กูจะขอ เป็นแฟนไง"

โห ไอ้นี่ มุมจะจี๊ดก็จี๊ดลึกซึ้งว่ะ

ผม           "แล้วมึงคิดว่า ตุ๊กตามึงมันจะได้ผลเหรอ มันน่ารักเหรอ มีอย่างอื่นมั๊ยที่ได้ผลดีกว่า และไม่ต้องลงทุนมากขนาดนี้"

โจ้            "กูอยากทำเอง มันจะได้สื่อถึงความพยายาม (โปรโมชั่น)"

ผม           "ทำเอง ทำการ์ดก็ได้ เป็นป๊อบอัพก็ได้  มาวาดรูปลงสีไง ที่มึงถนัดน่ะ"

โจ้            "มันเชย"  ความหมายของคำว่าเชยสำหรับคนอย่างมัน เชยไม่ได้แปลว่า มีคนทำเยอะแล้ว  แต่เชยแปลว่ามีคนทำไปแล้ว

ผม           "ใหนตุ๊กตาหน้าตาเป็นไง"   มันเอารูปเสก็ตให้ดู.... อืม โคตรจะไม่น่ารัก   "เปลี่ยนเหอะ บอกตรง ๆ รกบ้านเค้าเปล่า ๆ ตุ๊กตาหัวลูกปิงปอง ตัวอคลิลิกแปะกาว เอาหลอดดูดมาทำแขนขา..อนาถสัด   นี่แค่เห็นเสก็ตกูก็..หึ  มึงดูหน้ากูสิ"  ผมพยายามตัดทอนกำลังใจก่อนโจ้มันจะไปไกลกว่านั้น

โจ้            "ไม่ทันแล้วว่ะ"  โจ้กล่าว

ผม           "เฮี่ย มึงอย่าบอกนะว่า ส่งไปให้แล้ว"

โจ้            "อืม ครบสามตัวแล้วด้วย"

..............

เซ็ทเคร่...........

ผมปาหนังสือใส่มันด้วยความหมั่นใส้ ใหนละใหน ตุ๊กตาน่ารัก ใหนละใหน อาทิตย์ละตัว นี่เพิ่งสองอาทิตย์ มึงส่งไปแล้วสามตัว แล้วเพิ่งมาบอกกู

โจ้            "อืมนั่นแหละ กูบอกเพราะอยากให้มึงช่วย"

ผม           "ช่วยไร"   

โจ้            "เอาตัวสุดท้ายไปแขวนให้หน่อย"

ผม           "อ้าว แล้วสามตัวที่แล้วมึงให้ใครเอาไปให้"

โจ้            "ยามคอนโด กูจ้างยามคอนโด"

ผม           "อ๊าา   ทำไมไม่เอาไปแขวนเอง แล้วจ้างทำไม จ้างเท่าไร"

โจ้            "คือกูไปที่คอนโดแล้วถามยาม  เขาบอกว่าคนนอกห้ามเข้า กูก็เลยขอร้องพี่เขา ว่าจะเข้าไปส่งของแปบนึงเท่านั้น พี่เค้าก็ไม่ยอม กูก็บอกเบอร์ห้องไป เบอร์ห้องที่ไอ้จั่วให้มา  แล้วกูก็เลยบอกว่า มีตุ๊กตาสามตัว เอาขึ้นไปส่งให้หน่อยได้มั๊ย  จ้างร้อยนึง"

ผม           "ร้อยนึง !! โหยย ไอ้ฝาย...."

โจ้            "แต่พอตัวที่สองเค้าบอกว่า ร้อยนึงคิดต่อครั้ง ตอนแรกเค้าเข้าใจว่าร้อยนึงสามตัวครั้งเดียว"

ผม           "อืม  "  ผมเริ่มสลดในชะตากรรมมัน  นี่ยามหรือมอไซค์รับจ้างวะ เจ้าเล่ห์พอกัน

โจ้            "ตัวที่สามเพิ่งให้เค้าไปส่งให้เมื่อสองวันก่อน ตอนนี้ตังกูหมดและ"

ผม           "สัด จะยืมตังกู"

โจ้            "ไม่ใช่   จะชวนมึงขึ้นไปคอนโด ไปแขวนเอง จะได้ไม่ต้องจ้าง"

ผม           "แขวนเองไปคนเดียวก็ได้"

โจ้            "กูจะให้มึงล่อยามไปทางอื่น ตอนมีคนเปิดประตูคอนโดแล้วกูเข้าไปแขวน"

โอ้โห.... แค่สองสามอาทิตย์ เพื่อนเรากลายเป็นนักวางแผนจีบหญิงฮาร์ดคอร์ขั้นเทพไปแล้วเหรอวะเนี่ย

ผม           "เออ จะไปเมื่อใหร่"

โจ้            "คืนนี้.. !!!!!!!"

.........อยากเบิ๊ดกะโหลกแม่งสังสองสามที....

 

แต่ก็นะ  จัดแจง ไปกัน

วินาทีแรกที่ผมไปถึงและได้เห็นคอนโดนั้น  สิ่งแรกที่อยากจะทำคือเอาโจ้เพื่อรักมานอนถอดเสื้อผ้ากลางถนน แล้วผมจะขี่มอไซค์ปีนขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าเพื่อเหาะลงมาเอาล้อหน้าบี้ใข่มันให้สาสมกับความงี่เง่าของมัน... เซ็ทเค่ คอนโดแม่งคนเปิดเข้าเปิดออกตลอด ยามก็ไม่ได้สนใจอะไรซักหน่อย มันใช้ระบบคีย์การ์ดก็จริง แต่ก็เหมือนหอเรา ๆ ที่จะตีเนียนเข้าออกก็ไม่ได้ยากอะไร  

ไอ้ที่ยากก็มีอยู่ที่เดียว คือยามจำหน้ามึงได้

ยามจำหน้ามึงได้ เพราะมึงเสือกไปขอเขาเข้าไง๊...

และยามก็จะดักจับมึงทุกทาง เพราะมึงเสือกเอาตังไปให้เค้าไง๊...

เห้อ  ...เซ็งลงตับ   ผมเลยเสนอว่า ให้ตีเนียนเดินตาม ๆ กันมาตอนยามเผลอ

... ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไร  จุดนี้โจ้ได้แต่มองหน้าแล้วก็ แหะแหะแหะ...  เราก็เข้ามาใจคอนโดเรียบร้อย กดลิฟต์ ชั้น 7 อืม รู้ชั้นรู้ห้อง ภารกิจเหมือนกำลังจะจบ  อยู่ ๆ โจ้ก็พูดขึ้นว่า

โจ้            "นี่ตุ๊กตาตัวสุดท้ายแล้วนะมึง"

ผม           "อืม รีบ ๆ ทำ ให้เสร็จ ๆ ไป"

โจ้            "แล้วต่อจากนี้ล่ะ  ...."

เออว่ะ  ต่อจากนี้ล่ะ..  มันยังไม่เคยเจอหน้าต่อหน้า ยังไม่ได้ขอเบอร์เพจ หรืออะไรกันเลย... นี่ไม่ได้มาบริจาคตุ๊กตาปริษนานะเว่ย.

ผม           "อ้าวเหี้ย เอาไงล่ะ" ผมถาม

โจ้            "อืม.........."

ผม           "ไอ้สัด อย่าคิดนาน  นี่เราบุกรุกคอนโดอยู่นะ"

โจ้            "งั้นชวนลงไปกินข้าวเลย"...    .....นี่โจ้กล่าวเองนะฮะ  นับถือในความแมน  ตอนนั้นรู้ซึ้งถึงอานุภาพพลังของสิ่งที่เรียกว่า การติดสัดรอบที่สอง.... บทจะเข้าไกล้ความสำเร็จ มันก็แลดูง่ายเสียอย่างไม่น่าเชื่อ  เพียงแต่มันมีความกล้า

เดินหาห้อง (คือยังไม่มีใครเคยมาไง) นับถอยหลังไปทีละห้อง จนถึงห้องเป้าหมาย

ข้างหลังประตูนี้ คือผู้หญิงคนแรกในโลกที่โจ้จีบ

โจ้            "กูว่าแขวนเฉย ๆ เหอะว่ะ" โจ้กล่าว....

.......

ผม           "เชี่ย..."

ผมกับโจ้ก็แขวนไอ้ตุ๊กตานั่นแล้วยืนมองมันเฉย ๆ อยู่ประมาณ 30วิ   นี่เราทำอะไรกันอยู่วะ นี่มันจีบหญิงภาษาอะไรกัน ทำไมมันยากเย็นเหงื่อย้อยบ้าบอเสียเวร่ำเวลาขนาดนี้   

ตุ๊กตาง่อย ๆ แขวนอยู่ที่ลูกบิด  ทางเดินคอนโดเงียบกริบ  ไอ้อ่อนสองตัวยืนใว้อาลัยมองลูกบิดด้วยความงงสุดชีวิต  ผมหันไปมองหน้าโจ้  เอามือจับข้อมือมันใว้ ... สูดลมหายใจเต็มปอด

...แล้วเคาะประตู !

“กุ๊ก.. กุ๊ก.. กุ๊ก“   เคาะเบายังกับเป่าทิชชู่

โจ้หน้าตาตื่น ไม่คิดฝันถึงสิ่งที่ผมกำลังทำ พยายามสลัดมือผมน้อย ๆ อึกอักอึกอัก ฟึดฟัดฟึดฟัดกัน แต่ในใจหัวใจเต้นรัวเป็นกระเดื่องเพลง เกลียดตุ๊ด ของโอ๋ซีเปีย

...เงียบ....

....


โจ้           
"หุยแม่ง.. ดีนะไม่มีคนอยู่"  โจ้กล่าว   และยังไม่ทันที่ผมจะกล่าวอะไรตอบ เสียงลูกบิดประตูจากด้านใน ก็กุกกัก ๆ ออกมา  ผมมองลูกบิดกระดิก ๆ แล้วหันมามองโจ้ 

โจ้วิ่งไปถึงบันไดหนีไฟเรียบร้อยแล้ว  ผมหันไปเห็นเพียงความวังเวง....ประตูกำลังจะเปิดออก

อยู่ทำไมล่ะ ... วิ่งด้วย

ชั้นเจ็ด ถึงชั้นหนึ่ง   ไอ้อ่อนสองตัว กึ่งวิ่งกึ่งกระโดดเดนตายลงบันไดหนีไฟ สมัยนั้นถ้าได้บันทึกภาพตลอดระยะทาง รับรอง จาพนม จะต้องมาคารวะเราด้วยดอกไม้ธูปเทียนสายสะพาย

มาถึงชั้น 1 ออกทางประตูหลังคอนโดแล้วปีนรั้วปูนออกไปโรงอาหาร  รั้วสูงมากแต่เราก็ปีนกันเร็วมาก ด้านหลังรั้วก็คือที่จอดรถของโรงอาหารในมหาวิทยาลัย วิ่ง ๆ ไปจนถึงโรงอาหาร มานั่งพักหอบเหนื่อย สงบร่างกาย สงบจิตใจและคิดใตร่ตรอง

ผมคิดของผม โจ้คิดของโจ้ ตอนนี้เราไม่ได้สื่อสารอะไรกันเพราะมันกำลัง งง ๆ

ผม           "ห่าเอ๊ย แล้วจะทำไงต่อวะเนื่ย"

โจ้            "นั่นสิ เบอผ่งเบอร์เพจก็ยังไม่ได้มา จะนัดกินข้าวเจอหน้ากันได้ยังไงล่ะ"

ผม           "มึงน่ะแหละ วิ่งทำไม ให้ตุ๊กตาตัวสุดท้ายแล้วก็ต้องเคาะออกมาคุยสิวะ"

โจ้            "มึงแหละ เคาะทำไมตอนนั้นกูยังไม่พร้อม"

โยนกันไปมาพอให้ได้ฆ่าเวลา

..

ผม           "งั้นเดี๋ยวกูไปเอาเบอร์มาให้" ผมบอกโจ้

โจ้            "ยังไง"

ผม           " มึงรออยู่เนี่ย เดี๋ยวกูขึ้นไปขอโทษเค้า แล้วบอกความจริงว่ามึงไม่กล้าจะเจอ เลยให้กูมาขอเบอร์เพจ"

โจ้            "อืม ก็น่าจะดีนะ กูยังไม่กล้าเจอว่ะ"

สรุปแผนนี้ และโจ้จะรออยู่ที่โต๊ะตัวนี้ รอผมเอาเบอร์เพจมันให้หล่อน แล้วเอาเบอร์เพจหล่อนให้มัน ...นั่นคือสิ่งที่โจ้เข้าใจ

แต่ผมจะหักหลังโจ้ ด้วยการ.... นัดเลย

ไม่ต้องเบอร์ผ่งเบอร์เพจอะไรแล้วล่ะ วินาทีนี้ จับนัดกินข้าวเป็นเรื่องเป็นราวไปเสีย ภารกิจของผมคืนนี้ก็จะได้เป็นภารกิจสุดท้าย แล้วที่เหลือให้เขาไปสานต่อกันเอาเอง

ฮ่า  ฉลาดนะ จบนะ

ผม           "อีกทีซิ ซูเซิร์นของมึง หน้าตาเป็นยังไง" ผมถามย้ำเพื่อความแน่ใจ เผื่อว่าเขาอยู่กับรูปเมท คนอยากแน่ใจว่าคนที่ผมคุยขอเบอร์เพจนั้น คอลูเซิร์นไม่ใช่รูปมเมทลูเซิร์น

โจ้            "ตัวเล็ก ขาว ๆ ผมสั้น ตาโต"

อืม... มึงก็รู้อยู่แค่นี้นี่เนาะ  กูลืมไป  

ขึ้นคอนโดไปอีกรอบ ด้วยความอนาถตัวเอง  วินาทีนี้ ผมเองไม่มีอะไรจะเสีย คือกับผู้หญิงที่ผมไม่คิดอะไรด้วย ผมปกติ ออกแนวบุ่มบ่ามไร้มารยาทด้วยซ้ำไป แต่กรณีนี้ ผมว่ามันเลยจุดที่เรียกว่าประหม่า บุ่มบ่ามมาเยอะแล้ว เอาล่ะ ตอนนี้ไม่มีอะไรจะเสียจริง ๆ  แค่เคาะประตู ถามหาลูเซิร์น บอกว่าเพื่อนชอบ อยากกินข้าวด้วย พรุ่งนี้ สองทุ่ม หอกลาง... บลา ๆ อะไรก็ว่าไป

อ้อ อย่าลืมเบอร์เพจ.. .. ถ้าไม่ให้พ่อจะตบให้กองอยู่ตรงนั้นแหละ

เสร็จภารกิจจะได้กลับไปนอนหนาวคนเดียว และคอยอยู่ลุ้นความรักของเพื่อนอยุ่ห่าง ๆ

"ก๊อก ๆ ๆ "

เคาะจริง ดังจริง ไม่มีตัวแสดงแทน   ตื่นเต้นอยู่ แต่ทำ ๆ ไปอารมณ์ปลง ๆ นิ่ง ๆ มันกำลังจะไปได้สวย เพราะมันก็ไปได้สวยอย่างที่คิดจริง ๆ  ประตูเปิดมาแล้ว  สาวอ้วนขาวในชุดนอน

"มาหาใครคะ"

ผม           "หวัดดีคับ ผมเป็นคนที่มาเคาะห้องเมื่อกี๊แล้ววิ่งหนีไป   ผมจะมาหาลูเซิร์นครับ"

สาว         "ไม่มีค่ะ"

........

..

.

ใจตกไปอยู่ฐานรากคอนโด... วินาทีนี้ ทุกคำสั่งการวางแผนในสมอง เข้าสู่สภาวะ ERROR เต็มขั้น  คือมันงงไปหมด ใครอะไรที่ใหนยังไง  เลิ่กลั่ก หันไปหาเบอร์ห้อง ถูก  ชั้น ถูก ห้อง ถูก ชั้น ถูก  ถูกต้องหมดแล้ว  แต่ในห้อง ไม่มีลูเซิร์น.......

ผม           "ชิบหายแล้วเพื่อนรัก..."  ผมรำพึงรำพันในใจ      "แล้วรูมเมทคุณล่ะ"

สาว         "ชื่อหนู"......

ประมวลรอบสอง รีเซ็ท ข้ามโหมด ERROR ให้จงได้

โจ้เอารูปร่างหน้าตาไปถามจั่ว

จัวให้ชื่อ กับห้องคอนโดมา

เป็นไปได้มากว่า ส่วนที่ผิดพลาดน่าจะเป็น "ชื่อ"

จั่วอาจจะมั่วชื่อ  แต่จัวไม่มั่วหน้าตาแน่นอน

ผม           "คืออย่างนี้นะคับ เพื่อนผมชอบรูมเมทคุณ เค้าเลยทำตุ๊กตามาจีบ แล้ววันนี้อยากจะถามคุณว่า ไปทานข้าวกับเขาได้มั๊ยครับ"  ....ผมซัดไปเนื้อ ๆ เน้น ๆ    รูมเมทหนู หันไปในห้อง

สาว         "หนู คนที่เค้าเอาตุ๊กตามาให้แก  เค้ามาหาแน่ะ"...    เจ๊อย่าเข้าใจอะไรยากสิครับ  ผมเยี่ยวจะเล็ดอยู่แล้ว

ผม           "คือไม่ใช่ครับ ผมมานัดให้เฉย ๆ ครั “    คงไม่ยากเกินเข้าใจนะ

สักพักประตูก็เปิดกว้างออก รูมเมทถอยหลังออก เพื่อให้ผมเผชิญชนหน้าต่อหน้า ตัวต่อตัว  "หนู"  ตัวเป็น ๆ เต็มตา เต็มตัว ตัวจริง ที่ได้ยินมาแค่ "ตัวเล็ก ขาว ๆ ผมสั้น ตาโต.... 

ภาพที่เห็นคือ.  สูง หมวย ผมยาว ไม่ขาวเท่าไร....

.............

เข้าสู่สภาวะ ERROR ซ้ำซ้อนเต็มขั้น

ผู้หญิงที่โจ้ชอบ กับผู้หญิงที่โจ้จีบ ไม่ใช่คนเดียวกัน  ไม่ได้อยู่หอนี้ และไม่ได้ชื่อลูเซิร์น

เข่าผมแทบทรุดลงไปกองตรงนั้น   ....

หนู           "เพื่อนเธอเหรอ ที่ทำตุ๊กตามาให้เรา"

ผม           "เอ่อ ... หูย... โหแม่ง........จะบอกไงดีล่ะ"

หนู           "อะไรอ่ะ ตกลงเธอหรือเพื่อนเธอที่จีบเราอ่ะ"

อ้าว.. ไปกันใหญ่แล้ว..........

ผม           "คือว่า คืองี้นะ เพื่อนเราชื่อโจ้ เค้าอยากทำตุ๊กตาให้คนที่เค้าชอบอ่ะ   แล้วเค้าก็เข้าใจผิดมาตลอดว่าคนนั้นอยู่ห้องนี้"

"อ้าว++"  เสียงอ้าวคูณสอง ทั้งหนู ทั้งรูมเมทหนู

ผมหัวเราะหึหึ ทั้งน้ำตา ขาสั่นปากสั่นไปหมด...

"จีบ ผิด ตัว +++" เสียงนี้คูณสาม ..เข้าใจนะ

รูมเมทหนู หัวเราะลั่นทางเดิน  หนูหน้าอึ้ง ๆ เซ็ง ๆ เหมือนจะอยากฮา แต่ฮามาไม่เต็ม  ผมนอกจากไม่ฮาแล้ว ยังอยากจะร้องให้โชว์เสียตรงนั้นอย่างไม่มีอาย

.............................

ผม           "เอางี้นะ ผมใหว้ล่ะ  หนูช่วยลงไปคุยกับเพื่อนผมหน่อยได้มั้ย..." คิดออกแค่นั้น ก็เลยพูดไปแค่นั้น  สัญชาติญาณเอาตัวเองให้รอดล้วน ๆ    หนูกะเพื่อนมองหน้ากันในชุดนอน แล้วตอบตกลง โดยให้ผมลงไปรอที่หน้าคอนโด แล้วเดินไปหาโจ้ที่โรงอาหารพร้อมกัน 

....

ที่โรงอาหาร 5 นาทีต่อมา

โจ้เห็นผม  โจ้ยิ้มดีใจแว่บนึง ก่อนจะหุบยิ้มอย่างเร็ว เพราะเห็นสีหน้าผม   คือ หน้าผมเซ็งล่วงหน้าไปหลายช๊อตแล้ว  นึกแล้วก็สงสารเพื่อน

โจ้ทำสีหน้าเซ็ง ระดับเบอร์หนึ่ง  นั่นเพราะเห็นหน้าเซ็งระดับเบอร์สิบของผม  และพอเริ่มดูออกว่า สองสาวที่เดินคู่ตามหลังมา นั่นมากับผมเป็นแน่ ๆ โจ้หน้าเซ็งข้ามไประดับเบอร์ห้า และเบอร์สิบห้าอย่างรวดเร็ว

ผม           "โจ้ นี่หนู นี่ออย เจ้าของห้อง 703 พิมานคอนโด"    ไม่ทันที่โจ้จะปะติดปะต่อชะตากรรมตัวเอง ผมรีบ ๆ  ชงแล้วทำท่าจะชิ่งในทันที เหมือนยื่นปืนให้  จ่อหัวให้ เอานิ้วเสียบโกร่งไกให้แล้วบอกโจ้ว่า .. เหนี่ยวเลยเพื่อน

ผมกับออยปล่อยให้โจ้นั่งคุยกับหนู แล้วหลบมาโต๊ะข้าง ๆ  หนูหอบเอาตุ๊กตา 4 ตัวที่โจ้ให้ มาด้วย

ระหว่างคุย โจ้ก็หน้าเจื่อน ๆ จะเศร้าก็ไม่สุด ผมในตอนนี้ รู้สึกโล่งใจขึ้น แตกต่างกับ 10 นาทีที่แล้วหน้ามือเป็นหลังตีน

ออย        "เพื่อนเธอนี่น่ารักดีเนอะ"

ผม           "อืม และมันก็ไม่เคยจีบใครเลยนะ"

ผมกับออยคุยกันสัพเพเหระระหว่างรอ

หนูคุยกับโจ้เสร็จ ลุกออกจากโต๊ะมา เดินมาหาผมกับออย หนูบอกว่ารู้เรื่องหมดแล้ว ขอบใจผมที่ช่วยให้มันกระจ่างก่อนจะเตลิดมากไปกว่านี้..   ...  ฮ๊ะ นี่กูกำลังจะเป็นพระเอก

แต่ หนูเดินกลับไปกับออย ตัวเปล่า ไม่ได้เอาตุ๊กตาไปด้วย   อ้าวเฮ้ยย

ผม           "มึงคุยว่าไรมั่งวะ"

โจ้            "ก็เล่าให้ฟังไง ว่าเจอสาว แล้วก็ไปถามจากเพื่อน ชื่อจั่ว  ปรากฏว่ารูปพรรณที่บอกนั้น  จั่วเข้าใจว่าเป็นหนู  (เหมือนกันตรงใหนวะ) อีกอย่างเค้าก็รู้จักจั่ว เพราะเป็นเพื่อนคณะเดียวกันกับแฟนจั่ว "

ผม           "แล้วตุ๊กตานี่ ยังไง"

โจ้            "กูเล่าเสร็จ หนูก็เลยถามว่า จะเอาตุ๊กตาคืนมั๊ย  กูก็บอกว่าเอา กุอยากเอาไปให้ลูเซิร์นจริง ๆ "

แสดดดดดดดด.....

โจ้            "ขอบใจมึง ที่ทำให้เรื่องมันกระจ่าง  แม่งเซ็งชิบหาย"

ผม           "เออ กุก็เซ็ง จบ ๆ เรื่องนี้ไปก่อน ใว้ทีหลังเจอลูเซิร์นตัวจริงชี้ให้กูดูด้วย จะได้ไม่ผิดตัวอีก"

โจ้            "อ้อ  หนูเค้าถามกูด้วยแหละ ว่ามึงมีแฟนยัง"

ผม           "ฮ๊ะ.."

...

จบบริบูรณ์ ภาค 1

 

 

 

 

 

 

     Share

<< เราต่างมีราชดำเนินที่น่าอิจฉาเราต่างมีเอิร์นที่น่าอิจฉา >>

Posted on Mon 9 Dec 2013 20:43

wh0cd433892 <a href=http://estrace.world/>buy estrace cream online</a> <a href=http://buyatrovent.reisen/>atrovent</a> <a href=http://indocin.mba/>indocin</a> <a href=http://meclizine.world/>meclizine</a> <a href=http://clonidine.schule/>clonidine hcl</a> <a href=http://dramamine.reisen/>generic dramamine</a> <a href=http://yasmin.directory/>yasmin</a>
Erickgon   
Sat 5 Aug 2017 13:35 [3]

wh0cd3143383 <a href=http://avodart0.top/>generic avodart online</a> <a href=http://allopurinol2015.top/>allopurinol</a> <a href=http://buylisinopril-2.top/>buy lisinopril</a> <a href=http://buynexium16.top/>nexium</a>
Erickgon   
Wed 21 Jun 2017 1:14 [2]
 

wh0cd318499 <a href=http://antabuse24.us.org/>antabuse</a> <a href=http://paxil24.us.org/>paxil for depression</a> <a href=http://diflucan24.us.org/>Diflucan</a>
Charlesroava   
Sat 10 Jun 2017 20:37 [1]
 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

เราต่างมีมึนที่น่าอิจฉา
เราต่างมีบางตะบูนที่น่าอิจฉา
เราต่างมีปีใหม่ 58 ที่น่าอิจฉา
เราค่างมีคนเดินที่น่าอิจฉา
เราต่างมีฮอบบิทที่น่าอิจฉา
เราต่างมีสายฉีดตูดที่น่าอิจฉา
เราต่างมี 3 กุมภาที่น่าอิจฉา
เราต่างมี 2 กุมภาที่น่าอิจฉา
เราต่างมี 1 กุมภา ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีแอกซ่าที่น่าอิจฉา
เราต่างมีเมษา 51 ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีเพลงที่น่าอิจฉา
เราต่างมีโทรเลขที่น่าอิจฉา
เราตา่งมีครึ่งปี 57 ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีงวดสุดท้ายที่น่าอิจฉา
เราต่างมีน้องวันที่น่าอิจฉา
เราต่างมีกูปรีที่ไม่น่าอิจฉาเลย
เราต่างมีโยธีที่น่าอิจฉา
เราต่างมีเอิร์นที่น่าอิจฉา
เราต่างมีลูเซิร์นที่น่าอิจฉา
เราต่างมีราชดำเนินที่น่าอิจฉา
เราต่างมีออดิชั่นที่น่าอิจฉา
เราต่างมี YOLO ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีครวจที่น่าอิจฉา
เราต่างมี ปาก ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีวงเคิ่นที่น่าอิจฉา
เราต่างมีสิทธิชัยที่น่าอิจฉา
เราต่างมีป่วยที่น่าอิจฉา
เราต่างมีหมึกปิ้งที่น่าอิจฉา
เราต่างมีอินทรามระที่น่าอิจฉา
เราต่างมีพิทแมนที่น่าอิจฉา
เราต่างมีศูนย์การค้าที่น่าอิจฉา
เราต่างมีรหัสไม่ลับที่น่าอิจฉา
เราต่างมีเพลย์บอยที่น่าอิจฉา
เราต่างมีค่าส่วนกลางที่น่าอิจฉา
เราต่างมี 8 ข้อ (ย่อ) ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีสองปีครึ่งที่น่าอิจฉา
เราต่างมีควายที่น่าอิจฉา
เราต่างมีสมองส่วนหน้าที่น่าอิจฉา